\
ห้องเย็นไวไฟ VS ห้องเย็นกันระเบิด ต่างกันอย่างไร ?
ห้องเย็น บุฟเฟ่ต์
ห้องเย็นสำหรับร้านอาหารประเภท “บุฟเฟ่ต์”
มกราคม 2, 2024
เช่า ห้องเย็น
เช่าห้องเย็น หรือ สร้างห้องเย็นใหม่ ?
มกราคม 3, 2024

ห้องเย็นไวไฟ VS ห้องเย็นกันระเบิด ต่างกันอย่างไร ?

ห้องเย็นกันระเบิด

เพราะ “ห้องเย็น” ไม่ได้ถูกจัดเก็บเฉพาะอาหาร ในชีวิตประจำวันมีสิ่งมากมายที่ต้องการจัดเก็บโดยรักษาอุณหภูมิ เพื่อคงคุณภาพ ประสิทธิภาพรวมถึงความปลอดภัย อย่างเช่นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ สารเคมี ก๊าซ ยา ไปจนถึงห้องปฏิบัติการหลายแห่ง ต้องมีการจัดการกับความปลอดภัยของ สารเคมี วัตถุอันตราย วัตถุไวไฟ ฯลฯ ที่มีความเสี่ยง และอันตรายจากการสัมผัสกับประกายไฟ หรือสามารถสะสมจนเป็นชั้นบรรยากาศที่ทำให้เกิดระเบิดได้ หากไม่มีการระบายอากาศ และการจัดการที่ดีพอ


ห้องเย็นกันระเบิด


• วิเคราะห์ความเสี่ยงในการเกิดระเบิด

1. องค์ประกอบที่ทำให้เกิดระเบิด :
ก๊าซไวไฟ และ ไอระเหยของของเหลวไวไฟ (ก๊าซระเบิด) เมื่อผสมกับอากาศจะสร้างบรรยากาศที่พร้อมต่อการระเบิดได้ และเมื่อมีแหล่งที่ทำให้เกิดประกายไฟ ก็จะทำให้เกิดระเบิดได้ในทันที

จากรูปประกอบบทความนี้ กระบวนการของการเผาไหม้ (Fire triangle) เกิดจากปัจจัย 3 ประการ
• แหล่งกำเนิดประกายไฟ (A source of ignition) : เกิดจากประกายไฟฟ้าสถิตย์ไป, ประกายไฟจากชิ้นส่วนโลหะที่เสียดสีกัน หรือเครื่องมือ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีความร้อนเกินกำหนด
• ออกซิเจน (Oxygen) : ไฟต้องการออกซิเจนเพื่อให้เกิดการเผาไหม้ (ออกซิแดนท์)
• เชื้อเพลิงในรูปของก๊าซหรือไอระเหย (Fuel) : เช่น ไฮโดรคาร์บอน ไฮโดรเจน หรือสารทำความเย็น เป็นต้น

หากขาดปัจจัยใด ปัจจัยหนึ่งข้างต้น กระบวนการของการเผาไหม้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่อย่างไรก็ตามยังมีอีก 2 ปัจจัยที่ทำให้เกิดการระเบิดขึ้นใน The explosion pentagon

• ส่วนผสมของเชื้อเพลิงและออกซิเจน (The mixture of the fuel and oxygen) : ซึ่งจำเป็นต้องอยู่ในความเข้มข้นเฉพาะ (Flammable Limits) จึงจะจุดติดไฟได้ที่อุณหภูมิและความดันที่กำหนด
• การเก็บกักของส่วนผสม (Confinement of the mixture) : เมื่อเกิดการเผาไหม้ของส่วนผสม การเก็บรักษาสารในชั้นบรรยากาศ (ไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด) จะทำให้เกิดแรงดันเกิน ซึ่งจะทำให้เปลวไฟที่ลุกไหม้อย่างรวดเร็วผ่านไปสู่การระเบิดได้

2. จำแนกประเภทของสถานที่อันตราย :
Zone 0 (Special hazardous areas)
บริเวณที่มีความเข้มข้นที่ติดไฟของก๊าซไวไฟ ไอ หรือของเหลว อยู่อย่างต่อเนื่อง หรือเป็นเวลานานภายใต้สภาวะการทำงานปกติ
Zone 1 (Class 1 hazardous areas)
บริเวณที่มีแนวโน้มว่าจะมีความเข้มข้นที่ติดไฟได้ของก๊าซไวไฟ ไอ หรือของเหลว อยู่ภายใต้สภาวะการทำงานปกติ
Zone 2 (Class 2 hazardous areas)
บริเวณที่คาดว่าจะไม่มีความเข้มข้นที่ติดไฟได้ของก๊าซไวไฟ ไอ หรือของเหลว อยู่ภายใต้สภาวะการทำงานปกติ

หากอุตสาหกรรมของคุณมีความเสี่ยงในการเกิดระเบิด จำเป็นต้องมีการจัดเก็บ วัตถุดิบ สารเคมี ฯลฯ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายเหล่านั้น ในห้องเย็นที่ถูกออกแบบมาพิเศษเพื่อรองรับความต้องการอย่าง ห้องเย็นกันไฟ (Flamable Cold Storage) และ ห้องเย็นกันระเบิด (Explosion Proof Cold Storage)

ห้องเย็นทั้ง 2 ประเภทมีความเหมือนที่แตกต่าง ซึ่งออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ การจัดเก็บเฉพาะ และเพื่อลดความเสี่ยงที่แตกต่างกัน ดังนี้ :

Flammable Cold Storage
ออกแบบมาสำหรับเก็บวัสดุหรือสารเคมีต่างๆ ที่มีความสามารถในการติดไฟได้ โดยห้องเย็นจะถูกออกแบบ และสร้างห้องเย็นด้วยวัสดุและส่วนประกอบที่มีคุณสมบัติลดความเสี่ยงจากอัคคีภัย เช่น ผนังกันไฟ ทนไฟระบบระบายอากาศที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดไอระเหยหรือก๊าซที่ติดไฟได้ มักถูกใช้ในอุตสาหกรรมที่เก็บ ของเหลวไวไฟ ตัวทำละลาย สารเคมี หรือก๊าซที่ติดไฟได้ เช่น ห้องปฏิบัติการ โรงงานผลิต และคลังสินค้า ฯลฯ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก ในการควบคุมสภาพแวดล้อมที่ช่วยลดความเสี่ยงจากไฟไหม้ การระเบิด และรับประกันความปลอดภัยของวัสดุที่จัดเก็บ ทั้งบุคลากร และทรัพย์สิน

• โครงสร้างที่ทนไฟ :
เช่น ผนัง พื้น และเพดานที่มีคุณสมบัติกันไฟ/ทนไฟ วัสดุเหล่านี้ได้รับการออกแบบให้ทนต่ออุณหภูมิสูงและกันไฟภายในพื้นที่จัดเก็บ และยังป้องกันการแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของอาคารอีกด้วย

• ระบบระบายอากาศ :
การออกแบบการระบายอากาศที่เหมาะสมเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการควบคุมและกำจัดไอระเหยหรือก๊าซที่ติดไฟได้ ผู้ออกแบบห้องเย็นต้องออกแบบระบบระบายอากาศเพื่อรักษาอัตราการแลกเปลี่ยนอากาศที่ระดับปลอดภัย ป้องกันการสะสมของชั้นบรรยากาศ สาเหตุที่ทำให้เกิดระเบิดได้

• ตู้เก็บวัตถุอันตราย (Hazardous Material Storage Cabinets) :
ขึ้นอยู่กับประเภทและปริมาณของวัสดุไวไฟที่จัดเก็บ อาจจำเป็นต้องใช้ตู้เก็บเฉพาะ ตู้เหล่านี้สร้างด้วยวัสดุที่ทนไฟ มีคุณสมบัติเฉพาะตัว เช่น ประตูปิดอัตโนมัติ ตัวจับเปลวไฟ และระบบระบายอากาศ

• การควบคุมแหล่งที่มาของการติดไฟ (Ignition Source Control) :
ภายใน Flammable Cold Storage จะถูกออกแบบเพื่อลดแหล่งที่มาของการจุดระเบิด นั่นรวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้า อย่างระบบสายดิน หรือการจัดเก็บเพื่อป้องกันประกายไฟ เปลวไฟ เป็นต้น

• ป้ายความปลอดภัยและอุปกรณ์ฉุกเฉิน :
ห้องเย็นควรมีป้ายเซฟตี้ที่ชัดเจนเพื่อระบุว่ามีวัตถุไวไฟ และผู้ออกแบบ ติดตั้ง ดำเนินโครงการห้องเย็น ควรมีการอบรม ให้คำแนะนำในการจัดการหากเกิดเหตุฉุกเฉิน และมีอุปกรณ์ เช่น ถังดับเพลิง ฝักบัวฉุกเฉิน ที่เข้าถึงได้ง่ายภายในพื้นที่จัดเก็บ

• การปฏิบัติตามข้อบังคับ :
ห้องเย็นที่เก็บสารไวไฟ จำเป็นต้องปฏิบัติกฎ ข้อบังคับด้านความปลอดภัย และมาตรฐานอุตสาหกรรม และต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางสำหรับห้องเย็นเก็บสารเคมีไวไฟโดยเฉพาะ เพื่อให้แน่ใจว่ามีการปฏิบัติตามและดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยที่เหมาะสม

Explosion Proof Cold Storage
ห้องเย็น Ex-Proof หรือ ห้องเย็นป้องกันการระเบิด ได้รับการออกแบบมาสำหรับจัดเก็บวัสดุหรือสารที่มีศักยภาพในการสร้างบรรยากาศที่ระเบิดได้ โดยถูกสร้างด้วยวัสดุ และ ส่วนประกอบที่สามารถทนทานและป้องกันการจุดระเบิดของก๊าซ ไอระเหย ฯลฯ ที่มีคุณสมบัติสะสมบรรยากาศจนเกิดการระเบิดได้

ห้องเย็นกันการระเบิด จะใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติต่างๆ เช่น Reinforced walls, Explosion-proof lighting fixtures (โคมไฟกันระเบิด) ที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดประกายไฟ เช่น โรงงานปิโตรเคมี โรงกลั่นน้ำมัน ห้องเก็บสารเคมี คลังน้ำมัน โกดังเก็บวัตถุไวไฟ และปั๊มก๊าซ ไปจนถึงการออกแบบระบบระบายอากาศที่ป้องกันการสะสมของสารที่ระเบิดได้

• การก่อสร้าง :
ใช้วัสดุเสริมความแข็งแรงและไม่เกิดประกายไฟ และผนังเสริมที่สามารถทนต่อแรงดันจากการระเบิดที่อาจเกิดขึ้นได้ ผนัง พื้น และเพดานได้รับการออกแบบมาให้ป้องกันการระเบิดภายในพื้นที่จัดเก็บ

• อุปกรณ์ไฟฟ้า :
อุปกรณ์ไฟฟ้าแบบ Explosion-proof จะถูกนำมาใช้ในห้องเย็นเพื่อป้องกันประกายไฟ หรือการอาร์กไฟ (electrical arcs) ที่อาจจุดระเบิดกับก๊าซ ไอระเหย ฯลฯ ได้ ซึ่งรวมถึงการติดตั้งไฟส่องสว่าง สวิตช์ เต้ารับ และสายไฟที่ป้องกันการระเบิด ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษและปิดผนึกอย่างดี เพื่อป้องกันการปล่อยประกายไฟหรือความร้อน

• การระบายอากาศ :
การออกแบบระบายอากาศที่เหมาะสมเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในห้องเย็นกันระเบิด เพื่อป้องกันการสะสมของสารที่ระเบิดได้ ระบบระบายอากาศได้รับการออกแบบมาเพื่อป้องกันการสะสม และกำจัดก๊าซหรือไอระเหยที่อาจระเบิดได้ เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย

• Sealing :
พื้นที่จัดเก็บ หรือห้องเย็นจะถูกซีลอย่างระมัดระวัง เพื่อลดการเข้ามาของแหล่งกำเนิดประกายไฟหรือสารระเบิดจากภายนอก ซึ่งรวมถึงประตู หน้าต่าง ที่ทำให้ก๊าซหรือไอระเหยผ่านเข้าไปได้

• ระบบตรวจสอบ :
ห้องเย็นต้องมี Monitoring Systems ป้องกันการระเบิดอาจมีระบบตรวจสอบหลายระบบเพื่อตรวจสอบปัจจัยเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เช่น อุณหภูมิ ระดับก๊าซ และความดัน ระบบเหล่านี้จำเป็นต้องให้ข้อมูลตามอย่าง Real-Time เพื่อตรวจจับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้

ห้องเย็นกันการระเบิด หรือ ห้องเย็น Ex-Proof มักใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การผลิตสารเคมี โรงกลั่นน้ำมัน อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ ยา หรือ อุตสาหกรรมที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงในการเกิดบรรยากาศที่ระเบิดได้ สิ่งสำคัญคือต้องปฏิบัติตามกฎข้อบังคับด้านความปลอดภัย มาตรฐานอุตสาหกรรม และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อปฏิบัติตามและดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

สรุป :
เพราะ “ทุกสิ่ง” ที่เก็บในห้องเย็นเหล่านี้ มีมูลค่าสูง ไม่ว่าจะเป็น Flamable Cold Room หรือ Explosion Proof Cold Room จึงจำเป็นต้องออกแบบ และควบคุมการสร้างจากวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และมีประสบการณ์การสร้างห้องเย็นแบบพิเศษ ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของธุรกิจคุณ

Advance Cold Room (ACR) เราให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญด้านห้องเย็น ประสบการณ์มากกว่า 30 ปี ทั้งในและต่างประเทศ ในทุกอุตสาหกรรม ซึ่งจะสามารถประเมินข้อกำหนดเฉพาะให้สอดคล้องกับความต้องการ ต้นทุน และความปลอดภัยได้

Line id : @advancecool
Email : info@advancecoldroom.com